การประชุมวิชาการแบบฉบับของศาสดาผู้เมตตา ต่อผู้ศรัทธาต่างศาสนิกจัดขึ้นโดยมีนักวิชาการจากอิหร่าน เลบานอนและอียิปต์เข้าร่วม
การประชุมวิชาการแบบฉบับของศาสดาผู้เมตตา ต่อผู้ศรัทธาต่างศาสนิกจัดขึ้นโดยมีนักวิชาการจากอิหร่าน เลบานอนและอียิปต์เข้าร่วม
เตหะราน – อิหร่าน: เนื่องในโอกาสครบรอบ 1,500 ปีแห่งการประสูติของศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้มีการจัดการประชุมวิชาการหัวข้อ “แบบฉบับของศาสดาผู้เมตตา (ซ.ล.) ต่อผู้ศรัทธาต่างศาสนิกหลังฮิจเราะฮ์” โดยมีนักวิชาการจากอิหร่าน เลบานอน และอียิปต์เข้าร่วมที่องค์การวัฒนธรรมและการสื่อสารอิสลาม
ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งจัดทั้งแบบเข้าร่วมและออนไลน์ บนีอาลี เลขานุการการประชุม และประธานกลุ่มศึกษาลัทธิและนิกาย ภายใต้ศูนย์เสวนาศาสนาและวัฒนธรรม ได้เน้นถึงความสำคัญของการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ศรัทธาต่างศาสนิก และการยึดถือแนวปฏิบัติของศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ในการบริหารจัดการสังคมมุสลิม พร้อมทั้งแสดงความหวังว่ามุมมองของนักวิชาการที่เข้าร่วมจะช่วยชี้แนะแนวทางการปฏิสัมพันธ์ระหว่างศาสนาในโลกปัจจุบัน
ต่อมา ฮุจญตุ้ลอิสลาม อะห์หมัด มุบัลลิกี สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายศาสนา ได้วิเคราะห์แนวทางการปกครองของศาสดา (ซ.ล.) ต่อชาวคัมภีร์โดยอ้างอิงจากพระคัมภีร์อัลกุรอาน พร้อมชี้ว่า “การกำหนดขอบเขตทางศาสนาอย่างชัดเจนควบคู่กับการปฏิสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ” เป็นหนึ่งในวิธีปฏิบัติที่สำคัญของศาสดา (ซ.ล.) ซึ่งนอกจากรักษาเอกลักษณ์ของมุสลิมแล้ว ยังให้การยอมรับเนื้อแท้ของศาสนาอื่นด้วย มุบัลลิกี ยังกล่าวถึงคุณธรรม ความซื่อสัตย์ต่อสัญญา และการรับมืออย่างจริงจังต่อการละเมิดสัญญาเป็นลักษณะสำคัญของการปฏิสัมพันธ์ของศาสดากับผู้ติดตามศาสนาอื่น
นอกจากนี้ หลุยส์ ซาลิบา นักวิจัยคริสต์ชาวเลบานอนที่เข้าร่วมแบบออนไลน์ ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของศาสดากับชาวคริสต์ในนัจรอน และชี้ให้เห็นการเคารพให้เกียรติเป็นพิเศษของท่านศาสดาต่อกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของพวกเขาอับดุลสลาม อิมามี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมด้านกิจการของพี่น้องซุนนี ได้กล่าวถึงคุณธรรม ความเมตตาอันกว้างขวาง และการให้อภัยเชิงสร้างสรรค์ของศาสดา (ซ.ล.) ต่อชาวยิวในเมืองมะดีนะฮ์ ขณะที่ มะห์มูด อิบราฮีม อาจารย์จากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ได้อธิบายว่า การละเมิดสัญญาเหล่านั้นไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะ หากแต่เป็นห่วงโซ่ของปฏิบัติการต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสมคบคิดครั้งใหญ่ที่มุ่งทำลายรัฐบาลอิสลามที่พึ่งเกิดขึ้นใหม่ และเป็นบ่อนทำลายสันติภาพในสังคมเมืองมะดีนะฮ์.
อาลี อักบัร ซิยาอี ประธานศูนย์เสวนาศาสนาและวัฒนธรรม เน้นย้ำความจำเป็นในการขยายประเด็นใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาการปฏิสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและนิกาย พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดการประชุมในลักษณะนี้ต่อไปในอนาคต
เขียนความคิดเห็น.